Dishonored – Death of the outsider

Dishonored – Death of the outsider

เกม Dishonored 2 ได้เปิดตัวไปแล้วเมื่อ 2017 และ Dishonored – Death of the outsider นี้ก็เป็นภาคเสริมอีกที เป็นวิดีโอเกมแนว Action – adventure จากนักพัฒนาที่ได้รับรางวัลที่ Arkane® Studios มาสู่ Dishonored®: Death of the Outsider และจัดจำหน่ายโดย Bethesda Softworks เป็นเกมแนวลอบเร้น สายเกมที่ชอบ Stealth ชอบเกมแนวรอบเล้น อาจจะรู้จักกันอยู่แล้ว แต่ใครที่กำลังเล็งเกมนี้อยู่ ลองมาทำความรู้จักเกมนี้กันดูคร่าว ๆ ก่อน

ในส่วนของเนื้อเรื่องเกม Dishonored – Death of the outsider

 

Dishonored – Death of the outsider นั้น ตัวเราจะได้รับบทเป็น Bille Lurk หรือMegan Foster อดีตมือสังหารหญิง หนึ่งในนักฆ่าผู้ปลงพระชนม์ราชินี อีกทั้งยังเป็นกัปตันเรือ Dreadful Wale โดยที่เหตุการณ์ในภาคนี้จะเกิดหลังจากที่เจ้าหญิง Emily ขึ้นครองราชย์แล้ว และกำลังทำการปฏิรูปอาณาจักร Dunwall เหตุการณ์จะเริ่มขึ้นบนเรือ โดยที่ Billie Lurk กำลังไปที่คลับต่อสู้ใน Albarca Baths หลังจากที่ Billie Lurk ได้รับข่าวมาว่าอดีตอาจารย์ของเธอ Druad อาจจะอยู่ที่นั่น เธอจึงไปตามหาอาจารย์ของเธอ Daud เป็นอดีตยอดนักฆ่าจากภาค 1 โดยมีจุดประสงค์หลักก็คือ ฆ่าเจ้า The Outsider พระเจ้าผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งหมด เนื้อเรื่องคร่าว ๆ ก็คือเราต้องตามหาอาจารย์ของเรา Daud

Gameplay หรือ รูปแบบการเล่นนั้นจะเป็นการเล่นโหมด คนเดียว หรือ Single Player ซึ่งมาในลักษณะ แนว Action – adventure ลอบเร้น ลอบฆ่า แบบ Stealth รูปแบบการเล่นยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้แตกต่างไปจากภาคก่อนมากนัก เราสามารถฆ่าศัตรู หรือแค่ทำให้สลบไปก็ได้ คล้าย ๆ เกม Hitman ไม่ว่าเราจะเล่นแบบ Combat บุกหน้าเข้าไป หรือ Stealth ตามรูปแบบเกม ตลอดจนกับดักต่าง ๆ ฆ่าคนได้มากมายหลายรูปแบบ ระบบพฤติกรรมของ A.I. ก็ได้ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นทั้งหมด ทำให้มีความสมจริงและมีเหตุลมากขึ้น ศัตรูในเกมก็มีเยอะขึ้นอีกด้วย ตัวเกมยังคงเปิดกว้างให้อิสระกับผู้เล่น ให้สำรวจพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อหาของมาอัปความสามารถอาวุธของตัวละครเหมือนเดิม มี Quest ย่อย เพื่อเพิ่มความสนุกและดึงดูดความน่าสนใจของเกมให้มากไปกว่าเดิม เนื่องจากการไปลดความแรงของ Skill ลง และภาคนี้ยังตัดระบบ Rune กับ Chaos ออกไปด้วย เพื่อเล่นไปซักพักจะพบว่ายากกว่าภาคแรกนิดหน่อย เพราะสกิล หรือพลังมีให้ใช้น้อยลง ภาคนี้ใส่ระบบ Contract ลงไปเป็นเหมือน Side quest แต่ว่าถ้าเกิดว่าทำพลาด คุณจะไม่สามารถย้อนกลับมาทำอีกได้ ซึ่งทำให้รู้สึกท้าทายในการเล่นเกมเป็นอย่างดี อีกอย่างที่สำคัญก็คือ โลกในเกมจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามระดับความรุนแรงที่เราก่อ จากวิธีที่เราเล่น ยิ่งก่อความรุนแรงมากเท่าใด (high chaos หรือความวุ่นวายสูง) โลกในเกมจะยิ่งมืดมนมากเท่านั้น

Dishonored – Death of the outsider

เนื่องจากเกม Dishonored 2 ปรับระดับผลพวงจากความรุนแรงให้ละเอียดกว่าในภาคแรก

เกมจึงถูกเพิ่ม (chaos level) และปรับให้ตัวละครทุกตัวในเกมมีอุปนิสัยที่จะส่งผลต่อระดับความวุ่นวายในโลก 3 แบบ ได้แก่ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น (sympathetic) รู้สึกผิด (guilty) และอาฆาตแค้น (murderous) ยิ่งถ้าคนฆ่าคนที่มีอุปนิสัยเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ก็เหมือนเราฆ่าคนดี โลกก็จะหดหู่และวุ่นวาย อีกอย่างนึง การฆ่าคนในเกมนี้ทำได้อย่างมากมายหลายวิธีด้วยกัน แถมยังทำให้เราได้เงินและอาวุธอีกด้วย เช่น ปล้นศพของตำรวจ ซึ่งโลกที่มีความวุ่นวายสูงก็มักจะมีของเจ๋ง ๆ ของดี ๆ ให้เราเก็บสะสม เอาไปขายได้ราคาดีและง่ายกว่าการลอบเร้น กลับกัน ถ้าเราไม่ฆ่าใครเลย ฆ่าให้น้อยที่สุด โลกก็จะยังคงน่าอยู่ต่อไป แถมการกระทำทุกอย่างยังส่งผลต่อความคิดและพฤติกรรมของตัวละคร ตลอดจนเส้นเรื่องหลักในเกมด้วย

กราฟิกและการออกแบบของเกม Dishonored – Death of the outsider ก็ยังคงคล้าย ๆ ภาค 2 ยังคงคุณภาพไว้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Texture รายละเอียดองค์ประกอบฉาก ระบบตัวแสงและเงาในเกมทำออกมาได้ดีมาก ๆ เป็นโลกแนว steampunk เทคโนโลยีเครื่องจักรไอน้ำสมัยการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรก และเวทมนต์เหนือธรรมชาติ รายละเอียดทั้งหมดนั้นอลังการมาก สตูดิโอ Arkane Lyon ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของลียง (Lyon) ประเทศฝรั่งเศส ในการออกแบบเกม โดยเฉพาะเมืองอุตสาหกรรม คาร์นาคา (Karnaca) คล้ายลียงสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส ตึกแถวสูงชะลูด หลังคาปูกระเบื้อง ซึ่งคนออกแบบก็ไม่ธรรมดา มีทั้งทีมพัฒนาเนื้อเรื่อง (narrative designer) ย้อนไปถึงประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังมีทีมออกแบบศิลป์ที่ไม่ธรรมดา แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีนักออกแบบอุตสาหกรรม (industrial designers) กับสถาปนิกมาร่วมทีมอีกด้วย เพื่อให้โลกในเกมออกมาสมจริงที่สุด ทุกอย่างมันอลังการไปหมด สวยสมกับการลงแรงสร้างจากหลายทีมจริง ๆ

Dishonored – Death of the outsider

ในส่วนของเสียงภายในเกม ไม่ว่าจะเป็นเสียงเอฟเฟค เสียงบรรยากาศ เสียงพากย์ตัวละคร หรือเสียงประกอบต่าง ๆ ล้วนทำออกมาได้ดีมาก ๆ เหมาะสมกับโลกในเกมและยุคนั้น ๆ อลังการทุกสัดส่วนจริง ๆ

เกม Dishonored – Death of the outsider แม้จะเป็นเพียงภาคเสริม แต่ก็มีสิ่งที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นมาอยู่หลายด้าน เนื้อเรื่องที่เข้มข้น การเล่นที่สนุกและลุ้น เล่นแบบอิสระแล้วแต่วิธีการของแต่ละคน แถมยังเล่นซ้ำ ๆ ได้หลายรอบ ไม่ว่าจะเอาเรื่องไหนมาพูด เกมนี้ก็ดีไปหมดทุกด้านจริง ๆ สามารถหาซื้อได้ที่ steam โดยตัวเกมหลักกับภาคเสริมนี้ ราคาอยู่ที่ 1,970 บาท ราคาแรงเอาเรื่อง แต่ก็สมกับคุณภาพแน่นอน

Copyright © 2021 Supported by