Assassin's Creed Valhalla: Wrath of the Druids

Assassin’s Creed Valhalla: Wrath of the Druids ดินแดนป่าผีสิง

Assassin’s Creed ภาคนี้เป็นเนื้อหาเสริมของเกม มีชื่อว่า Assassin’s Creed Valhalla: Wrath of the Druids ที่เป็นมือสังหารภาคล่าสุด ที่จะนำฮีโร่ผู้กล้าไปผจญภัยครั้งใหม่ของ Eivor ในดินแดนของ Ireland และเปิดเผย ความลับของลัทธิ Druid ที่เป็นลัทธิโบราณชื่อ Children of Danu พวกเขาจะต้องพยายามบุกผ่านบริเวณที่น่ากลัวนี้กับทิวทัศน์บรรยากาศป่าผีสิงนี้ เพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือกษัตริย์เกลิก แล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไรAssassin's Creed Valhalla: Wrath of the Druids

สำหรับเรื่องราวของเนื้อหาเสริมของเกม

Assassin’s Creed Valhalla Wrath of the Druids นี้จะเริ่มขึ้นในช่วงต้นเกม และในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ “เอวอร์” หรือ Eivor ตัวละครหลัก หรือที่เป็นพระเอกของเรา Eivor จะได้ออกเดินทางไปยัง Ireland ด้วยการพูดคุยกับ Azar ที่เมืองของผู้เล่นเอง ทั้งที่ตัดสินใจย้ายถิ่นฐาน เพิ่งเดินทางมาถึงเกาะอังกฤษ ซึ่งขณะที่งานยึดครองได้ไล่กินดินแดนใหม่ยังไม่ได้คืบหน้าไปไหน ก็มีอีกหนึ่งปัญหาใหม่ เข้ามาคอยรบกวนจิตใจ  เมื่อ Barid ราชาแห่ง Dublin ลูกพี่ลูกน้องชนเผ่าไวกิ้งของตัวเราที่ปัจจุบันเป็นราชาปกครองเมือง Dublin ได้ส่งสาส์นร้องขอความช่วยเหลือมาถึงเราว่าพวกเขากำลังประสบปัญหาในการรวบรวมแผ่นดิน “ไอร์แลนด์” ที่อยู่ไกลออกไปทางทิศตะวันตก ด้วยความเป็นญาติสนิท มิตรสหาย Eivor จึงต้องละทิ้งและหยุดพักงานที่ทำค้างคาเอาไว้ก่อน เพื่อมีหน้าที่ที่จะต้องคอยแก้ไขปัญหาให้กับเขา ทั้งที่ไม่รู้ว่านี่เป็นงานที่ยากลำบากแค่ไหน เพราะพื้นที่ดินแดนแห่งนี้มันมีความลับปริศนาดำมืดแอบแฝง ที่รอคอยอยู่ เรื่องราวคร่าว ๆ ก็จะประมาณนี้ การดำเนินเนื้อเรื่องอาจจะช้าไปบ้าง สำหรับผู้เล่นที่ชื่นชอบความตื่นเต้น ชอบความแอ็คชั่น หรือความรวดเร็วในการเล่าเรื่อง เพราะในตอนแรกผู้เล่นจะต้องค่อย ๆ ออกสำรวจพื้นที่ และทำภารกิจเบื้องต้น ตามเนื้อเรื่องเพื่อเรียนรู้การใช้งานระบบใหม่ Trade Post และ Royal Demands จากนั้นเนื้อเรื่องถึงจะเริ่มเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก็ถือว่าการวางเนื้อเรื่องน่าติดตามอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วเนื้อเรื่องก็ไม่ได้เครียดจนเกินไป ในการเล่น Assassin’s Creed ในภาคนี้ เราจะค่อย ๆ ทำเควสไปเรื่อย ๆ ระหว่างทาง โดยเราจะเล่นตอนไหนก็ได้ระหว่างเนื้อเรื่องหลัก หรือจะไปตามเก็บทีหลังตอนจบก็สามารถทำได้ หรือว่าจะรีบชิงเล่นมันก่อนเลยก็ได้ แค่ผู้เล่น เล่นผ่านบทเกริ่นนำในช่วงแรกของเกม และผูกมิตรเข้าร่วมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบนเกาะอังกฤษให้ได้ก่อน เพื่อเปิดเส้นทางเรือไปยังไอร์แลนด์ Ireland เควสนี้จะกำหนดเลเวลค่าพลัง ที่แนะนำขั้นต่ำของตัวละครเอาไว้ที่ระดับ 55 ซึ่งผู้เล่นอาจจะต้องใช้เวลาฟาร์ม เก็บเลเวล เพิ่มพลังตัวละครเพื่อให้มีพลังมากพอ จะสามารถเล่นได้ง่ายขึ้น

Assassin's Creed Valhalla: Wrath of the Druids

Trade Post และ Royal Demands คืออะไรกันนะ

หากจะต้องอธิบายและพูดถึงระบบที่เป็นระบบใหม่ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ Wrath of the Druids นี้โดยเฉพาะ คงจะหนีไม่พ้น 2 ระบบนี้ โดย Trade Post จะเป็นระบบที่ให้ผู้เล่นได้ออกไปกอบกู้ Trade Post ที่ถูกยึดไปกลับคืนมา หลังจากนั้นผู้เล่นก็จะได้นำวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ได้จากการสำรวจพื้นที่ หรือไปยึด Trade Post อื่น ๆ กลับมา เพื่อมาใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของกับ Azar ได้ ส่วนระบบ Royal Demands ยังเป็นระบบที่ถูกเพิ่มเข้ามา ซึ่งจริง ๆ แล้วระบบนี้ก็คล้าย ๆ กับระบบที่ทำตามทำสั่ง ตามมทำขอที่ถูกกำหนด โดยผู้เล่นจะได้รับคำสั่งให้ออกไปฆ่าเป้าหมายที่กำหนด หรือทำตามคำสั่งอื่น ๆ ที่มี โดยแต่ละคำสั่งก็จะมีข้อห้าม หรือข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็คล้ายกับการเล่นเกมแบบทำ Challenge ไปด้วย ซึ่งก็เป็นส่วนที่ทำให้เกมสนุกได้มากพอสมควร

ในส่วนของเกมเพลย์ ต้องบอกเลยว่าด้วยความที่ในส่วนนี้เป็น DLC ตัวเสริมขึ้นมา ทำให้เกมเพลย์หลักของเกมยังคงเหมือนเดิมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการปล้น การอัปเกรดสิ่งปลูกสร้าง การเปิดแผนที่ รวมไปถึงการต่อสู้ที่ยังเป็นแบบสไตล์เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นผู้เล่นไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเรียนรู้อะไรใหม่มากจนเกินไป รวมไปถึงผู้เล่นที่อาจจะเล่นเกมนี้จบไปแล้ว และไม่ได้เข้ามาแตะเกมนี้ระยะหนึ่งแล้วก็สามารถเล่นเกมได้สบาย ๆ

Assassin's Creed Valhalla: Wrath of the Druids

ในส่วนของกราฟิกและบรรยากาศนั้น สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ เรื่องของบรรยากาศฉากพื้นหลัง สภาพแวดล้อม ที่ดูต่างออกไปจากที่เคยพบเจอบนเกาะอังกฤษ แต่มันก็คล้าย ๆ กับของเดิมอยู่ดี แต่ถ้าจะให้บรรยายก็ต้องบอกว่า การออกแบบนั้นก็ถือได้ว่าสวยงาม มีรายละเอียดที่สวย ทั้งปราสาทเก่าแก่ โบราณสถานที่มีสไตล์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทุ่งหญ้ากว้างที่ใหญ่ ต้นไม้เลื้อยเป็นอุโมงค์ทำให้ดูเหมือนป่าผีสิง มีหมอกคลุม ๆ ไปจนถึงแนวหินริมหน้าผาสูงชันเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก ยิ่งถ้าหากใครมีเครื่อง PS5 ด้วยแล้ว ภาพกราฟิกมันจะยิ่งดูสวยงามเอามากๆ โดยบรรยากาศท้องฟ้าในเกมจะดูหม่นหมอง ดาร์คกว่าที่เราเคยเห็นในเนื้อหาหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับธีมเรื่องราวของเราที่ต้องเข้าปะทะต่อกรกับลัทธิ Children of Danu ส่วนการแต่งกายของกลุ่มศัตรูสวมเขา แต่งตัวเลียนแบบอสูรสัตว์ป่า ที่ถนัดใช้แก๊สลวงตาหลอนประสาทเป็นอาวุธ ทำให้หลอก ให้เรารู้สึกว่ากำลังต่อสู้กับพวกพ่อมดมนต์ดำที่มีอิทธิฤทธิ์ ถือว่าเป็นศัตรูที่แหวกแนวอย่างมาก ซึ่งจุดนี้ถือว่าทำออกมาได้ดี

Assassin's Creed Valhalla: Wrath of the Druids

โดยภาพรวมแล้ว อาจจะไม่ได้แตกต่างจากภาคหลัก เพราะด้วยความที่มันเป็น DLC เป็นตัวเสริมเข้ามา โดย DLC นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ กับเนื้อหาหลัก ต่อให้ไม่เคยเล่นตัวหลัก มาเล่นตัวเสริมก็ไม่สับสนอย่างแน่นอน แล้วก็ได้รับบรรยากาศใหม่ ๆ อีกด้วย

Copyright © 2021 Supported by